รัฐบาลเดินหน้าจัด "มหกรรมแก้หนี้" 4 ภูมิภาค หวังแก้ปัญหายั่งยืน
หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบยังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลที่แก้ไขยาก คลังเตรียมจัดมหกรรมแก้หนี้อีก 4 ภูมิภาค แก้หนี้ถึงที่
รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดช่องทางแก้ปัญหาหนี้ ทั้งในและนอกระบบหลายครั้งตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาหนี้สินยังเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไขได้ยาก
ในช่วงปลายรัฐบาล มีการจัดมหกรรมแก้ปัญหาหนี้แบบ "ถี่ ๆ" โดยล่าสุดที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้สนใจกว่า 15,000 ราย และเตรียมจัดอีก 4 ภูมิภาค หวังแก้ปัญหาระยะยาว เพื่อให้ผู้เป็นหนี้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังหารือกับผู้ที่สนใจร่วมโครงการ
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัด “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2565 ณ Hall 5 อิมแพค เมืองทองธานี ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ประชาชนและผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมงานอย่างหนาแน่นตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 15,000 ราย
ผลสำเร็จของการจัด “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 1 พบว่า ประชาชนและผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 15,000 ราย โดยผู้ที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ขอรับคำปรึกษาด้านการเงินและแนวทางในการประกอบอาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะส่งผลให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนประสบความสำเร็จในระยะยาว
รองลงมา คือ การขอแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีอยู่เดิม การขอสินเชื่อใหม่หรือสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างรายได้เพิ่ม และการเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เงินฝากเพื่อส่งเสริมการออม การตรวจข้อมูลเครดิต การขาย NPA ของทั้งสถาบันการเงินและบริษัทเอกชน เป็นต้น
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมงานและขอแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าวยังไม่รวมการดำเนินการในระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการลงทะเบียนเพื่อขอแก้ไขหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ผ่านระบบออนไลน์ ที่เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2565 โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 113,000 ราย คิดเป็นจำนวนรายการสะสมมากกว่า 273,000 รายการ
สามารถจำแนกรายการสะสมตามกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจได้ดังนี้ (1) ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ร้อยละ 46 (2) ธนาคารพาณิชย์ร้อยละ 39 (3) สถาบันการเงินเฉพาะกิจร้อยละ 14 และ (4) บริษัทบริหารสินทรัพย์ร้อยละ 1
จากความสำเร็จของจำนวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมากและผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ต้องการขอรับคำปรึกษาทางการเงินและความรู้ในการประกอบอาชีพ ดังนั้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐจึงมีแผนที่จะจัดงานครั้งต่อ ๆ ไป อีก 4 ครั้ง ครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ
โดยจะมีหน่วยงานให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรือการพัฒนาอาชีพ รวมทั้งหน่วยงานในระดับพื้นที่ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านรายได้และหนี้สินให้กับประชาชนเข้าร่วมเพิ่มเติมด้วย เช่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เป็นต้น เพื่อให้การจัดมหกรรมสามารถช่วยเหลือประชาชนได้สอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง โดยมีแผนจะจัดงานครั้งต่อ ๆ ไปอีก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ดังนี้
- ครั้งที่ 2 จังหวัดขอนแก่น วันที่ 18 - 20 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น
- ครั้งที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่
- ครั้งที่ 4 จังหวัดชลบุรี วันที่ 20 – 22 มกราคม 2566 ณ ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านสวน
- ครั้งที่ 5 จังหวัดสงขลา วันที่ 27 – 29 มกราคม 2566 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดังนั้น ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ https://ln15.gsb.or.th/WEB-DEBT
นอกจากนี้ “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ในรูปแบบการลงทะเบียนเพื่อขอแก้ไขหรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ผ่านระบบออนไลน์ยังคงให้บริการอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านช่องทาง https://www.bot.or.th/DebtFair หรือ Scan QR Code ท้ายแถลงข่าว
ผู้ที่สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันเริ่มงานเพื่อให้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ สามารถเตรียมข้อมูลได้สอดคล้องกับความต้องการ หรือหากต้องการความช่วยเหลือ แต่งานมหกรรมไม่ได้จัดขึ้นที่จังหวัดที่อยู่ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้จากสาขาของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศเช่นกัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- สมาคมสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ โทร. 02 202 1868 หรือ 02 202 1961
- ธนาคารออมสิน โทร. 02 299 8000 หรือสายด่วน 1115
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02 111 1111
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร. 02 555 0555
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร. 02 645 9000
- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โทร. 02 265 3000 หรือสายด่วน 1357
- ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โทร. 02 169 9999
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โทร. 02 650 6999 หรือสายด่วน 1302
- บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โทร. 02 890 9999
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB